บทที่ 6 ตอนที่ 3

ความในใจของหมาเด็ก

ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน

ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นจากเตาหมูกระทะพร้อมกับกลิ่นหอมของเนื้อสัตว์ที่ถูกย่างจนสุก เสียงจอแจของผู้คนในร้านอาหารบุฟเฟต์หลังมหาวิทยาลัยดังแข่งกับเสียงเพลงเปิดคลอ

พีชนั่งใช้ตะเกียบเขี่ยหมูสามชั้นบนเตาไปมาด้วยความเบื่อหน่าย เขาถูกแก๊งเพื่อนร่วมทีมบาสเกตบอลลากมากินฉลองหลังซ้อมเสร็จ ทั้งที่ตัวเขาเองไม่ได้พิศวาสอาหารแนวนี้เท่าไหร่นัก

"ไอ้พีช มึงจะปิ้งจนหมูกลายเป็นถ่านเลยหรือไง ไม่กินก็คีบมาให้กู" เพื่อนสนิทที่นั่งฝั่งตรงข้ามบ่นพร้อมกับแย่งเนื้อหมูในเตาไปกินหน้าตาเฉย

พีชส่ายหน้า เลื่อนสายตาหนีความวุ่นวายบนโต๊ะตัวเอง หันไปมองบรรยากาศรอบร้านเรื่อยเปื่อย ทว่าสายตาของเขากลับไปสะดุดเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่นั่งอยู่โต๊ะถัดไป

เธอเป็นผู้หญิงรูปร่างอวบที่มานั่งกินหมูกระทะคนเดียว ท่ามกลางโต๊ะอื่นที่มากันเป็นกลุ่มใหญ่ เธอไม่ได้สนใจสายตาใคร มือเล็กจัดการรวบผมที่ปรกหน้าขึ้นไปมัดเป็นหางม้าลวกๆ เผยให้เห็นดวงหน้ากลมมนและพวงแก้มยุ้ยๆ ที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อเพราะความร้อนจากหน้าเตา

พีชมองดูเธอใช้ตะเกียบคีบหมูสามชั้นชิ้นโตจุ่มลงในถ้วยน้ำจิ้มจนชุ่ม ก่อนจะส่งเข้าปาก แก้มกลมของเธอขยับเคี้ยวตุ้ยๆ ดวงตาคู่สวยหลับพริ้มลงเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มแห่งความสุขอย่างปิดไม่มิด ท่าทางที่เป็นธรรมชาติและดูเอ็นจอยกับการกินสุดๆ ทำเอาคนที่เบื่ออาหารอย่างพีชเผลอลอบกลืนน้ำลายตาม

เขาไม่อาจละสายตาจากผู้หญิงโต๊ะข้างๆ ได้เลย ยิ่งมองเธอกิน เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าโลกใบนี้มันสดใสขึ้นมาอย่างประหลาด อาการเบื่อหน่ายเมื่อครู่ปลิวหายไปจนหมดสิ้น รู้ตัวอีกทีเขาก็นั่งเท้าคางจ้องมองเธอเคี้ยวอาหารคำแล้วคำเล่าราวกับคนถูกมนตร์สะกด

เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอชื่ออะไร เรียนคณะไหน หรือเป็นใครมาจากไหน รู้แค่ว่ารอยยิ้มฟินๆ ตอนเคี้ยวหมูกระทะของเธอมันตราตรึงอยู่ในหัวใจเขาไปแล้ว

กว่าพีชจะรู้ตัวว่าโดนเพื่อนในโต๊ะสะกิดแซว ผู้หญิงคนนั้นก็ลุกไปจ่ายเงินและเดินออกจากร้านไปเสียแล้ว เขาพยายามชะเง้อคอมองหาแต่ก็ไร้วี่แวว หลังจากวันนั้นเขาก็แวะเวียนไปแถวร้านหมูกระทะและบริเวณใกล้เคียงอยู่บ่อยครั้ง หวังลึกๆ ว่าจะได้เจอผู้หญิงแก้มป่องคนนั้นอีกสักรอบ แต่ก็คว้าน้ำเหลว

จนกระทั่งเวลาล่วงเลยผ่านไป พีชแวะเข้าไปหาผู้เป็นพ่อที่บริษัทยักษ์ใหญ่ของครอบครัว ระหว่างที่เขากำลังเดินผ่านโถงทางเดินชั้นล่าง ร่างคุ้นตาของใครบางคนก็เดินสวนออกมาจากห้องสัมภาษณ์งานของแผนกทรัพยากรบุคคล

ผู้หญิงคนนั้นสวมเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกระโปรงทรงสอบ ในมือถือแฟ้มเอกสารแน่น แม้การแต่งตัวจะดูเป็นทางการและดูโตขึ้น ทว่าดวงหน้ากลมมนและแก้มป่องๆ ที่กำลังพรูลมหายใจออกทางปากด้วยความโล่งอกนั้น พีชจำได้แม่นยำไม่มีวันลืม

เธอคือผู้หญิงร้านหมูกระทะที่เขาตามหามาตลอดหลายเดือน

พีชหยุดยืนมองแผ่นหลังของเธอที่เดินลับตาไป มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ ในหัวที่เคยวางแผนว่าจะใช้ชีวิตนักศึกษาปีสี่ให้ชิลที่สุดถูกพับเก็บลงกรุทันที ขายาวก้าวฉับๆ ตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของผู้บริหารสูงสุดของบริษัท

ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป พีชก็วางมือลงบนโต๊ะทำงานของบิดาแล้วยื่นคำขาดเสียงหนักแน่น

"พ่อ ผมจะมาฝึกงานที่นี่ เอาแผนกบุคคลนะ"

ประธานบริษัทเงยหน้าจากกองเอกสารขึ้นมามองหน้าลูกชายคนเดียวด้วยความประหลาดใจ ร้อยวันพันปีเด็กคนนี้ไม่เคยสนใจเรื่องงานบริษัท เอาแต่ซ้อมบาสและใช้ชีวิตตามประสาวัยรุ่น จู่ๆ มาขอฝึกงานแถมยังเจาะจงแผนกเสียด้วย

"ผีเข้าหรือไง ถึงอยากมาฝึกงานแผนกบุคคล ปกติเด็กบริหารเขาไปอยู่การตลาด หรือไม่ก็พัฒนากลยุทธ์กันไม่ใช่หรือไง" ผู้เป็นพ่อถามอย่างจับผิด

"ผมอยากเรียนรู้พื้นฐานการจัดการคนไงพ่อ เริ่มจากฝ่ายบุคคลนี่แหละดีที่สุดแล้ว พ่อเซ็นรับรองให้ผมด้วยนะ ผมจะเริ่มงานพร้อมเด็กฝึกงานรอบนี้เลย"

แม้จะเต็มไปด้วยความสงสัย แต่คนเป็นพ่อก็ยอมเซ็นเอกสารให้แต่โดยดี อย่างน้อยการดึงลูกชายจอมเสเพลเข้ามาอยู่ในสายตาและฝึกให้มีระเบียบวินัยก็ถือเป็นเรื่องดี โดยหารู้ไม่ว่าเป้าหมายที่แท้จริงของทายาทบริษัทไม่ได้อยู่ที่การเรียนรู้งานเลยสักนิด

ภาพความทรงจำในวันนั้นค่อยๆ จางหายไปเมื่อเสียงพูดคุยจอแจในโรงอาหารใต้ตึกดังแทรกเข้ามา

พีชดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เขานั่งเท้าคางมองคนตรงหน้าที่กำลังก้มหน้าก้มตาจัดการข้าวมันไก่ภูเขาไฟในจานจนแก้มพองออกสองข้าง ท่าทางการเคี้ยวตุ้ยๆ ของเธอยังคงดูเอ็นจอยและน่ารักเหมือนวันแรกที่เขาเจอเธอที่ร้านหมูกระทะไม่มีผิดเพี้ยน

ยิ่งได้รู้ว่าเธอชื่อฟ้า และเขาได้รับหน้าที่ให้อยู่ในความดูแลของเธอโดยตรง พีชก็ยิ่งรู้สึกว่าแต้มบุญที่เขาสะสมมาทั้งชีวิตถูกนำมาใช้จนหมดแล้วในวันนี้

"ค่อยๆ กินครับพี่ฟ้า เดี๋ยวก็ติดคอหรอก ผมไม่แย่งพี่กินหรอกน่า" พีชเอ่ยแซวพร้อมกับเลื่อนแก้วน้ำเปล่าไปวางใกล้ๆ มือเธอ

ฟ้าตวัดสายตาค้อนใส่เขาวงใหญ่ รีบเคี้ยวข้าวในปากแล้วกลืนลงคอ

"ก็ใครล่ะคีบไก่มาใส่จานพี่จนล้นขนาดนี้ ถ้ากินไม่หมดเดี๋ยวป้าเจ้าของร้านก็หาว่าพี่กินทิ้งกินขว้างอีก"

"ก็ผมบอกแล้วไงว่าผมอยากให้พี่ฟ้ากินเยอะๆ" พีชตอบหน้าตายพลางส่งยิ้มหวานไปให้

เขาไม่ได้สนใจหรอกว่าเอกสารบนโต๊ะทำงานจะกองสูงแค่ไหน หรือการประเมินผลฝึกงานจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะเหตุผลเดียวที่ลูกชายประธานบริษัทอย่างเขายอมสลัดคราบคุณหนูมาใส่เสื้อยืดนักศึกษาธรรมดาๆ แล้วมานั่งกินข้าวแกงในโรงอาหารที่ร้อนอบอ้าวแบบนี้ มีแค่ข้อเดียวเท่านั้น

เขาไม่ได้มาเพื่อเรียนรู้งาน แต่เขาตั้งใจมาหาเรื่องเปย์ของอร่อย เพื่อเอาชนะใจและเปลี่ยนสถานะพี่เลี้ยงหน้ากลมคนนี้ให้กลายมาเป็นคนรู้ใจของเขาในอนาคตให้จงได้

เตรียมตัวรับมือกับสวัสดิการหมาเด็กคนนี้ไว้ให้ดีเถอะพี่ฟ้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป